งานเยอะมาก...

posted on 03 May 2008 20:57 by kid-nicca  in feeling

ช่วงนี้งานที่ที่ทำงานเยอะมากๆ เพิ่งผ่านพ้นโปรเจ็คไปอันนึง ก็เหลือโปรเจ็คหลักอีกอันที่จะต้องส่ง 4 ตอนแรกเดือนนี้ กับอีก 3 ตอนในเดือนหน้า กลัวว่าจะไม่ทันซะจริงๆ

แล้วพอไปทำมันก็รู้สึกว่างานรออยู่เยอะสุดๆ เริ่มเหนื่อยเริ่มขี้เกียจขึ้นมา

จริงๆแล้วผมเป็นคนประเภทที่ขี้เกียจสุดๆ แต่ว่าถ้ามีงานที่ต้องทำก็จะทำแบบเต็มที่ขึ้นมา จนมีคนมองว่าเป็นคนขยันกันซะได้..

ไอ้ที่ต้องทำแบบเต็มที่ได้ ก็เพราะมีภาระผูกพันอยู่ ถ้าเราไม่ทำ คนที่ทำต่อจากเราก็จะทำไม่ได้ ถ้าเราทำไม่ดี คนที่ทำต่อจากเราก็จะลำบาก มันก็เลยต้องพยายามทำในส่วนของเราให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่ที่ผ่านมาก็มีหลายๆส่วนที่ทำผิดพลาดไป ก็รู้สึกแย่อยู่เหมือนกัน..

 

ส่วนอีกข้อที่ทำเต็มที่ เพราะการที่เราได้ทำ มีอะไรให้ทำ ก็หมายความว่าเรามีคุณค่าในงานนั้นๆขึ้นมา ทำให้รู้สึกว่าเรายังมีค่าอยู่

และเมื่อเราเต็มที่กับมัน เมื่องานเสร็จ เราก็จะภูมใจกับงานเหล่านั้น

พี่ที่ที่ทำงานเคยบอกไว้ว่า
"ตอนทำงานก็ต้องทำให้เต็มที่ เพราะถ้ามันเสร็จส่งไปแล้ว เราเอากลับมาแก้ไม่ได้อีก แล้วมันจะติดตัวเราไปตลอด" ซึ่งมันก็จริง

 

 

แต่พอเหนื่อยมากๆ ก็อยากพักบ้างเหมือนกันนะ 

การตั้งเป้าหมาย

posted on 24 Mar 2008 23:38 by kid-nicca  in positive

เมื่อไม่กี่วันมานี้ พอดีคุยๆกับเพื่อนว่ากำลังเก็บเงินเพื่อจะไปเรียนต่ออยู่ เลยไม่ค่อยได้ใช้เงิน

ก็มาคิดว่า ถ้าเราไม่คิดจะไปเรียนต่อ เราจะเอาเงินไปทำอะไรต่ออะไรหมดแหงๆ...(แต่จริงๆก็เป็นคนที่ติดว่าไม่ค่อยอยากใช้เงินอยู่แล้วอ่ะแหละ...)

แต่เอาเป็นว่า เพราะเรามีเป้าหมาย ก็เลยรู้สึกว่าจำเป็นต้องประหยัดเงิน 

 

 

การตั้งเป้าหมายเนี่ย ทำให้พอจะมองทางออกว่า เราจะเดินไปให้ถึงจุดหมายอย่างไร

อย่างช่วงที่เรียน ก็มีเป้าหมายคือเรียนจบ

ซึ่งเราก็จะมีความพยายามที่จะทำให้ถึงเป้าหมายนั้น 

ซึ่งเรื่องไร้สาระบางอย่าง อย่างการวาดรูปเล่น มันก็มีเป้าหมายคือความเพลิดเพลิน

แต่เมื่อบรรลุเป้าหมายว่าเราเพลิดเพลินแล้ว เป้าหมายต่อไปคืออะไร?

หลายๆคนเมื่อทำสำเร็จจนถึงเป้าหมายของตนระดับนึงแล้ว ก็จะพอใจในความสำเร็จนั้น

แต่ว่าเมื่อผ่านไป ก็จะเริ่มมองหาเป้าหมายใหม่ๆ ตั้งเป้าหมายใหม่ๆให้ตัวเอง แล้วก็ออกเดินทางต่อไป

 

ผมเชื่อว่าทุกคนพยายามที่จะหาเป้าหมายให้ตัวเองไปเรื่อยๆ แต่อยากให้ไปให้ถึงเป้าหมายที่ตนตั้งไว้ด้วย ไม่ใช่แค่ตั้งเป้าหมายไว้ แล้วไม่เดินไปให้ถึงซักที

 

ผมคิดว่า การตั้งเป้าหมายเป็นสิ่งที่ดี อย่างน้อยก็เป็นการตั้งเงื่อนไขให้ตัวเองว่าจะทำอะไร ทำไปเพื่ออะไร และผลที่จะได้จะเป็นเช่นไร และเมื่อไปถึงเป้าหมายนั้นๆได้แล้ว ก็ต้องพยายามมองหา และตั้งเป้าหมายต่อไป และก้าวเดินในชีวิตของเราต่อไป

เพราเถ้าเรารู้สึกว่าไม่มีเป้าหมายเมื่อไหร่ สิ่งที่เราทำลงไปมันจะเริ่มรู้สึกไร้ค่าขึ้นมาทันที...

อย่างน้อยเป้าหมายที่เล็กน้อยที่สุด ก็คือความสบายใจครับ 

edit @ 25 Jul 2008 00:36:21 by Nicca

เมื่อเรามองงานคนอื่น

posted on 21 Mar 2008 02:57 by kid-nicca  in negative

หลังๆมานี่ผมค่อนข้างจะเข้าเวปบอร์ดหรือเวปรวมภาพอะไรต่างๆนาๆน้อยมาก

แล้วน้อยมันไม่ดียังไงน่ะเหรอ?

การที่มัวมองแต่ตัวเอง ก็จะไม่เห็นสิ่งอื่นๆ

ในเมื่อเราอยากทำงานเกี่ยวกับภาพแล้ว เราไม่ใฝ่ที่จะดูว่าโลกเค้าไปถึงไหนกันแล้ว หาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ซึ่งการที่เรามองดูงานของคนอื่น มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราพบอะไรต่างๆมากขึ้น

 

เพราะงั้นมันก็ควรที่จะใฝ่หาอะไรดูและเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้นว่า "ทำไมมันถึงดีนะ" และเราก็นำแนวคิดต่างๆเหล่านี้มาเป็นองค์ประกอบให้กับงานของเราเอง

 

 

นั่นก็คือสิ่งที่ควรจะเป็นน่ะนะครับ แต่ว่าตอนนี้ผมเริ่มคิดขึ้นมาว่า ทำไมผมถึงไม่ค่อยได้ใฝ่หาที่จะดูงานคนอื่นมาได้ซักพักใหญ่ๆแล้ว..(เกือบจะเลี่ยงซะด้วยซ้ำ)

แล้ววันนี้ก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาอย่างนึงตอนเข้าไปดูงานคนอื่น

สิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวคือความรู้สึกอิจฉาครับ

อิจฉาว่างานดีกว่าเราบ้าง

อิจฉาว่าเราอยากจะทำได้บ้าง

อิจฉาว่าเราอยากจะได้ทำบ้าง

อิจฉาว่าทำไมเราทำไม่ได้บ้าง

ยิ่งดูงานคนที่เด็กกว่าเรา เก่งกว่าเรา ยิ่งอิจฉาหนักเข้าไปอีก

ซึ่งจริงๆเราควรเอาความอิจฉานี้มาเป็นแรงกระตุ้นให้เราพัฒนาตัวเอง

แต่มันก็เริ่มจะจิตตกขึ้นมาอีกซะแล้ว... แหะๆ..

ที่คิดแบบนี้เพราะเห็นงานเด็กบางคนที่ดีกว่าเรา มีโอกาสที่จะทำมากกว่าเรา มีความขยันมากกว่า แล้วก็สะท้อนตัวเองว่าที่เราทำไม่ได้ก็เพราะตัวเราเองแทบทั้งนั้น

เพราะงั้นผมเลยไม่ค่อยอยากจะเปิดงานของใครต่อใครดู เพราะมันก็จะเกิดความคิดขึ้นมาว่า
" ทั้งที่เราเองก็พยายามแล้ว แต่ก็ยังทำไม่ได้ "
" อยากจะทำนู่นทำนี่ แต่ทำไม่ได้ "
" ดูไปก็เท่านั้น เราคงไม่มีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้ "

พอคิดแบบนี้ก็ทำให้เราเริ่มปิดกั้นตัวเอง ไม่กล้าที่จะทำอะไร ไม่มีแรงบันดาลใจที่จะทำอะไร

แล้วพอยิ่งทำงานจริง ก็ยิ่งรู้ว่าเราทำอะไรไม่ได้มากขนาดไหน ยิ่งทำให้รู้สึกว่าไม่อยากจะทำอะไรเข้าไปอีก

ซึ่งมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเปลี่ยนทัศนคติเหล่านี้ไป แต่ว่าคงจะยากซะแล้วสิ เพราะมันฝังอยู่ในจิตใจซะแล้ว...

 

พิมพ์วกไปวนมาไปหน่อย พิมพ์ตอนดึกๆง่วงๆเนี่ย... ก็หวังว่าจะเป็นข้อคิดแก่ผู้ผ่านไปผ่านมา และพยายามมองโลกให้ดีกว่าผมซักหน่อยก็แล้วกันครับ.. 

edit @ 21 Mar 2008 03:23:14 by Nicca