คนทำ Animation (โดยเฉพาะ 2D)

posted on 03 Mar 2013 00:47 by kid-nicca in feeling
สวัสดีครับ
พอดีอยากจะนำเรื่องนี้ ที่จะว่าเป็นปัญหาระดับชาติ มันก็ไม่ใช่ เพราะคนที่สนใจ(จะดูหรือจะทำก็เถอะ) นับๆไปแล้วมันก็เสี้ยวเดียวของประเทศ แต่ก็อยากนำมาคุยให้ฟังครับ...
 
ก่อนอื่นจะมาพูดถึงคนที่ทำกันก่อนคร่าวๆ คนที่ทำ animation ไม่ว่าจะส่วนไหนแผนกไหน ก็คงจะต้องถูกเรียกว่าเป็น artist หรือศิลปิน กันซะส่วนมาก (อาจจะมีแค่บางแผนกที่ไม่ใช่ เช่นคนประสานงาน เป็นต้น)
 
พอได้ยินคำว่า ศิลปิน ก็คงจะต้องคิดว่า คนเหล่านี้ คือคนที่ต้องการสร้างผลงานและนำเสนอตัวตนของตัวเอง...
 
แต่สำหรับงานอนิเมชั่นหรือ(อย่างอื่นอีกหลายอย่าง) "ศิลปิน มีหน้าที่เป็นมือเป็นเท้า ให้กับตัวโปรเจ็ค" ครับ
 
ศิลปินที่ทำงานพวกนี้ แทบจะไม่ได้นำเสนอความเป็นตัวของตัวเอง แต่ใช้ความสามารถทางด้านทักษะ สร้างสรรค์ผลงานออกมาให้ได้เหมาะสมกับโปรเจ็ค และออกมาได้มาตรฐานเดียวๆกันทั้งหมดร่วมกันทุกๆคนในโปรเจ็ค
 
แล้วความภาคภูมิใจของคนเหล่านี้ที่ไม่ได้แม้กระทั่งจะนำเสนอตัวเองอยู่ที่ไหนกัน? ก็คือที่เครดิตครับ ว่าเราได้มีส่วนร่วมในการทำผลงานชิ้นนึงที่คงจะไม่สำเร็จถ้าไม่มีเรา(ถึงจริงๆแล้วเค้าก็ไปหาคนอื่นได้อยู่ดีแหละ)
 
กับอีกอย่างคือ "ไม่ใช่ทุกคนจะมีความคิดสร้างสรรค์ หรือพร้อมสรรพที่จะทำให้สมบูรณ์" อนิเมชั่น เป็นการจับคนที่ถนัดในแต่ละอย่างมานั่งด้วยกัน แล้วทำกันในส่วนที่แต่ละคนถนัดที่สุดครับ
เช่นงาน 3D ผมอาจจะขึ้นโมเดลไม่เก่ง แต่ทำเทคเจอร์เป็น ก็ต้องหาคนที่ทำโมเดลเก่งๆมาทำ
ถ้าเราตัวคนเดียว ก็คงได้งานระดับนึง แต่การที่ร่วมมือร่วมใจกันจนทำงานชิ้นนึงได้ ก็เป็นความภูมิใจอย่างนึงครับ
 
ในแง่งาน 3D คนที่เป็นเคสแบบนี้เยอะครับ เพราะทักษะการใช้ software กับความคิดสร้างสรรค์นั้นค่อนข้างจะต่างกัน เรื่องทางด้านเทคนิก เรื่องความรู้เฉพาะทาง มีหลายอย่างมาก การที่หาคนเฉพาะทางมาทำร่วมกันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
 
แต่ในทางกลับกันครับ งาน 2D นั้น เราจะจบลงที่การวาดครับ
คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปิน อย่างที่บอกไปว่า เค้าก็อยากจะนำเสนอตัวตนของตัวเอง การวาดอนิเมชั่นนั้น จึงดูเป็นอะไรที่ไม่ใช่เลย
 
เราจะต้องมาวาดงานที่คนอื่นออกแบบ ต้องวาดเยอะมากๆ แถมไม่ใช่อะไรที่ตัวเองคิดอีก
เพราะงั้น คนที่ฝึกตัวเองมาว่าอยากจะเป็นศิลปินวาดรูปนั้น จึงมีความคิดในรูปแบบว่า "อยากจะทำอนิเมชั่นของตัวเอง" กันซะมากกว่า แต่มันก็เป็นเรื่องลำบากมาก เพราะงั้นก็จึงกลายเป็น เป็นศิลปินวาดภาพ(illustrator) ดีกว่าที่จะวาดภาพตั้งเยอะแยะมากมายเพื่อให้มันขยับแค่ไม่กี่วินาที
 
ทักษะการวาด ก็เป็นอะไรที่ต้องใช้เวลา+ความตั้งใจจริง มากๆในการฝึก แล้วจะต้องทิ้งความเป็นตัวเองไปทำอนิเมชั่น จึงเป็นเรื่องที่ดูทำร้ายตัวเองขึ้นมาชอบกล
 
เคสนี้เหมือนกับงานเขียนการ์ตูนหรือคอมมิกหรือมังงะครับคือ คนอยากวาดการ์ตูน แต่น้อยคนที่จะลดตัวไปเป็นผู้ช่วย เพราะใครๆก็อยากนำเสนอตัวของตัวเองทั้งนั้น ในฐานะศิลปิน
 
แล้วปัญหามันก็เกิดครับคือ วงการเหล่านี้ จะหาคนมาช่วยกันทำผลงานชิ้นเดียวกันได้ยากมากๆ เพราะทักษะที่ฝึกมานั้น ก็อยากนำมาใช้ตอบสนองความต้องการของตัวเองมากกว่าที่จะไปเป็นมือเป็นเท้าให้คนอื่น
 
แล้วทำไมญี่ปุ่นถึงทำได้? สาเหตุเพราะ เค้ามีตลาดที่ผลิตและรองรับมากพอครับ อย่างน้อยเค้าก็คิดว่า "ชอบวาดรูป คิดเรื่องไม่เป็น ออกแบบไม่เก่ง แต่ถ้าไม่ต้องคิดเองเชื่อว่าวาดได้" เค้าก็มีคอร์สอนิเมเตอร์ หรือคอร์สเรียนผู้ช่วยอยู่
แล้วทำไมถึงได้กล้าไปเรียน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นอาชีพครับ (ถึงจะไม่ได้เงินดีเงินเด่นอะไร) มันสามารถหาเลี้ยงเราได้ (เทียบกับนักวาดการ์ตูนที่อาจจะต้องพยายามทำไงก็ได้ให้เสนอเรื่องผ่านก่อน อาจจะมั่นคงกว่า) อนิเมเตอร์ที่นั่งวาดอยู่ทุกวัน ถึงจะเงินน้อยเลี่ยดิน แต่เค้าก็เห็นว่ามันยังเป็นอาชีพที่ทำกันเต็มไปหมดอยู่ดี
 
แต่ในไทยไม่เป็นแบบนั้นครับ ตลาดการ์ตูน อนิเมชั่น ของไทยไม่ได้กว้างเลย (แถมดูเกรดต่ำด้วยซ้ำไป)
ส่วนนึงก็เพราะตัวคุณภาพด้วย แต่ประเด็นก็คือ มันดูเป็นอาชีพได้ยากครับ
แล้วคนที่จะยอมเสี่ยงตัวเอง มาเรียนวาดรูปเพื่อจะไปเป็นมือเป็นเท้าให้คนอื่นนั้น คงจะมีน้อย (อย่างน้อยก็เจอพ่อแม่ดับฝันไปแล้ว งานพิเศษในไทยก็ดูเด็กๆจะขี้เกียจไม่ค่อยทำกัน คงจะหาคนหาเงินเรียนเองไม่ค่อยจะมี)
 
คนส่วนมาก จึงกลายเป็นว่า หัดวาดรูปด้วยตัวเอง พยายามด้วยตัวเอง ขวนขวายด้วยตัวเอง(ในงานพวกการ์ตูน อนิเมชั่น) แล้วก็จะเข้าอีหรอบ ต้องการนำเสนอตัวเองอีก ต้องการขายความเป็นตัวเอง
 
อีกอย่างก็คือ การที่ไม่มีที่อยู่(หรือก็คือบริษัท สตูดิโอ)ที่จริงจัง พอจะคิดว่า ถ้าเราเข้าไปทำด้วย เราจะได้ทำผลงานดีๆแน่ๆ ถ้าไม่มีก็สู้ทำของตัวเองดีกว่า
 
เป็นวงเวียนนรกของวงการนี้ที่ทำให้คิดว่า ยากจะโตไปได้จริงๆครับ ผมเองเป็นคนนึงที่ชอบวาดรูป แต่ก็รู้ตัวว่าไม่ได้ขยันขันแข็ง ไม่ได้มีหัวด้านออกแบบเท่ากับหลายๆคน ถ้ามีคนที่จะร่วมทำงานด้วยได้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีน้อยคนนักที่จะเบนมาสนใจด้านอนิเมชั่นกันจริงๆ ที่ต้องทำงานแรงงานสุดๆ
 
เอาเป็นว่า ก็แค่อยากจะออกมาแสดงความเห็นว่า วงการนี้มันดูจะไปได้ยากด้วยปัจจัยหลายๆอย่างจริงๆครับ ; w ;

Comment

Comment:

Tweet

ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้เก่งเรื่องวาดรูปมากมาย แต่ผมอยากผลักดันวงการนี้ให้ตลาดไทยยอมรับ (ผมไม่ได้อยากวาดนะ แค่ผลักดันเฉยๆๆ อิอิ) ตอนนี้อายุผมยัง 20 ต้นๆ ทำงานหาทุนอยู่ อนาคตผมยังหวังกับวงการนี้อยู่นะครับ ^^ สู้ๆนะครับทุกคน

#7 By clown (180.180.123.38) on 2013-07-29 18:08

อ๋อ แบบนี้เอง
ขอบคุณ คุณไอ่บ้าห้าร้ิอยห้าสิบห้า มากครับ

#6 By WM (103.7.57.18|124.122.228.76) on 2013-03-05 14:24

Hot! ด่านแรกที่ต้องเจอ กับการทำงานวาดงานออกแบบคือ "ลายเส้นไม่ไทยเบย"
เห็นแล้วเพลียsad smile
อ่านแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมไม่ค่อยมีอนิเมะไทย

#4 By Ducku on 2013-03-03 14:18

ตอบคุณ WM ครับ เรื่องลายเส้นของอนิเมจะมีตำแหน่งนึงที่คอยเก็บงานให้เป็นลายเส้นเดียวกันหมดในอนิเมนั้น ๆ เรียกว่า Clean - up ครัย

#3 By ไอ่บ้าห้าร้ิอยห้าสิบห้า (103.7.57.18|183.89.149.252) on 2013-03-03 08:21

วงการมันยังไม่เป็นตัวเป็นตนเลย แถมอนาคตก็ยาก
เอาจริงๆ วงการ 2D อนิเมชั่นก็มีอยู่ได้แค่ในไม่กี่
ประเทศหรอก แถมยังหดตัวให้ 3D อยู่ทุกวัน
ผมว่าไม่ผิดนะถ้าจะโดนพ่อแม่มองว่าการทำงาน 2D
อนิเมชั่นหรือวาดการ์ตูนมันไม่มีอนาคต มันก็ไม่มี
จริงๆ.... แต่มังงะก็ดีกว่านิดนึง.... นิดเดียวจริงๆ

#2 By อย่ามาคัน (103.7.57.18|171.98.62.21) on 2013-03-03 07:57

เป็นบทความที่ดีมากๆเลยครับ 
ผมสงสัยเรื่องลายเส้นนะครับ ทำนองว่าลายเส้นมันมีหลากหลายมาก แต่ละคนไม่เหมือนกัน ในส่วนของคนทำ2Dนี้ จะต้องฝึกใช้ลายเส้นแบบไหนเหรอครับ เพราะว่าทำงานกันเป็นทีม ลายเส้นแต่ละคนไม่เหมือนกันซะด้วยสิ   ขอบคุณครับ...

#1 By WM (103.7.57.18|124.122.44.137) on 2013-03-03 03:06